<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาหารเจ อาหารเจเพื่อสุขภาพ สูตรอาหารเจ เมนูอาหารเจ ร้านอาหารเจ</title>
	<atom:link href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com</link>
	<description>อาหารเจ อาหารเจเพื่อสุขภาพ สูตรอาหารเจ เมนูอาหารเจ ร้านอาหารเจ วิธีทำอาหารเจ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 16 Apr 2012 11:50:34 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>5 ผักต้องห้าม ยามกินเจ</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/5-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/5-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Apr 2012 11:50:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักต้องห้าม]]></category>
		<category><![CDATA[ยามกินเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=268</guid>
		<description><![CDATA[


5 ผักต้องห้าม ยามกินเจ

อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่ทำมาจากสัตว์ทุกประเภท ที่สำคัญ อาหารเจ จะงดเว้นการปรุงด้วยผักฉุน 5 ประเภท นั่นคือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ เพราะผักเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ อีกทั้งยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญ ภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ ซึ่งผู้ที่กินเจมีความเชื่อว่า …
กระเทียม รวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม จะไปทำลายการทำงานของหัวใจ และกระทบกระเทือนต่อธาตุไฟในกาย ถึงแม้ว่ากระเทียมจะมีสารที่สามารถละลายไขมันในเส้นเลือด (คอเลสเตอรอล) ได้ แต่กระเทียมก็มีความระคายเคืองสูง ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอาหารเป็นแผลและโรคตับ จึงไม่ควรรับประทานมาก
สำหรับ หัวหอม รวมไปถึงต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่ ตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์โบราณของจีนถือว่า หัวหอมจะไปทำลายการทำงานของไต และกระทบกระเทือนต่อธาตุน้ำในกาย
ถึงแม้ว่าหอมแดงจะช่วยขับพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดแน่น ปวดประจำเดือน และอาการบวมน้ำได้ แต่การบริโภคเป็นประจำหรือมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมง่าย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/5-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><h2><strong>5 ผักต้องห้าม ยาม<a title="กินเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com" target="_blank">กินเจ</a></strong></h2>
<p><img src="http://www.hilunch.com/wp-content/uploads/2009/10/5_BC_D1_A1_B5_E9_CD_A7_CB_E9_D2_C1_small.jpg" border="0" alt="5ผักต้องห้าม" /></p>
<p><a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com" target="_blank"><strong>อาหารเจ</strong></a> เป็น<a title="อาหาร" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com" target="_blank">อาหาร</a>ที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่ทำมาจากสัตว์ทุกประเภท ที่สำคัญ อาหารเจ จะงดเว้นการปรุงด้วยผักฉุน 5 ประเภท นั่นคือ <strong>กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ</strong> เพราะผักเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ อีกทั้งยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญ ภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ ซึ่งผู้ที่กินเจมีความเชื่อว่า …<span id="more-268"></span></p>
<p>กระเทียม รวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม จะไปทำลายการทำงานของหัวใจ และกระทบกระเทือนต่อธาตุไฟในกาย ถึงแม้ว่ากระเทียมจะมีสารที่สามารถละลายไขมันในเส้นเลือด (คอเลสเตอรอล) ได้ แต่กระเทียมก็มีความระคายเคืองสูง ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอาหารเป็นแผลและโรคตับ จึงไม่ควรรับประทานมาก</p>
<p>สำหรับ หัวหอม รวมไปถึงต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่ ตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์โบราณของจีนถือว่า หัวหอมจะไปทำลายการทำงานของไต และกระทบกระเทือนต่อธาตุน้ำในกาย</p>
<p>ถึงแม้ว่าหอมแดงจะช่วยขับพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดแน่น ปวดประจำเดือน และอาการบวมน้ำได้ แต่การบริโภคเป็นประจำหรือมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมง่าย ประสาทเสีย มีกลิ่นตัว ฟันเสีย เลือดน้อย และนัยน์ตาฝ้ามัว</p>
<p>มาที่ หลักเกียว คือ กระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่มีขนาดเล็กและยาวกว่า ในประเทศ ไทยไม่พบว่ามีการปลูกแพร่หลาย ซึ่งหลักเกียวจะไปทำลายการ ทำงานของม้าม กระเทือนต่อธาตุดินในกาย ส่วน กุยช่าย ทำลายการทำงานของตับ และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุไม้ ในกาย</p>
<p>สุดท้าย ใบยาสูบ ซึ่งหมายถึง บุหรี่ ยาเส้น นั้น เป็นของเสพติดมึนเมา โดยใบยาสูบจะไปทำลายการทำงานของปอด และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุโลหะ ในกาย</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="5 ผักต้องห้าม ยามกินเจ" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/5-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/5-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารเจ กินเจอย่างมีความรู้ กินให้อร่อย แล้วมีคุณต่อสุขภาพ</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Apr 2012 09:47:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กินเจ]]></category>
		<category><![CDATA[กินให้อร่อย]]></category>
		<category><![CDATA[มีคุณต่อสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=263</guid>
		<description><![CDATA[อาหารเจ กินเจอย่างมีความรู้ กินให้อร่อย แล้วมีคุณต่อสุขภาพ
การถือศีลกินเจ 
เมื่อถึงเดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี เราจะเห็นธงสีเหลืองปักอยู่ตามที่ขายอาหารเป็นทิวแถว บ่งบอกถึงเทศกาลถือศีลกินเจได้เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงขึ้น 1 ค่ำถึงขึ้น 9 ค่ำ จะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารจากอาหารปกติเป็นอาหารเจ ซึ่งบางคนกินครบเก้าวัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความศรัทธา นอกจากกินเจแล้วบางคนยังรักษาศีลร่วมด้วย เราจึงได้ยินคำว่าถือศีลกินเจถือเป็นการละบาปจากการกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์และพืชผักต้องห้าม ถ้ามีการรักษาศีลทำสมาธิให้จิตใจสงบร่วมด้วยแล้วจะทำให้มีความรู้สึกสุขใจ มีชีวิตที่มีความสุขด้วยบุญกุศล
อาหารเจ
อาหารเจเป็นอาหารที่ประกอบด้วยพืชผักล้วนๆ ปราศจากเนื้อสัตว์ทั้งส่วนที่ผสมอยู่ในเครื่องปรุงต่างๆอีกทั้งงดเว้นพืชผักที่มีกลิ่นรุนแรง 5 ประเภท ซึ่งถือว่าจะกระตุ้นจิตใจอารมณ์ให้หงุดหงิด เร่าร้อนและอวัยวะภายในร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ นอกจากนี้ยังงดเว้นอาหารรสจัด ทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัดและเปรี้ยวจัด
เนื่องจากมีการงดเว้นส่วนประกอบที่เป็นเนื้อสัตว์อาหารเจจึงอุดมไปด้วยพืชผักนานาชนิดซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุและใยอาหารอีกทั้งยังให้พลังงานน้อย ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอลลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ ท้องผูก ริดสีดวงทวาร รวมทั้งมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่อาหารเจปรุงสำเร็จที่มีขายกันทั่วไปส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ทำง่ายๆ มีผักและน้ำมันพืชเป็นหลัก ประกอบอาหารด้วยวิธีการผัด ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่มีรสเค็ม รสชาติอาหารจะออกมาในรูปเค็มๆ มันๆ ซึ่งจะทำให้ได้พลังงานจากไขมันสูง แต่มักจะขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งมีน้อยในพืชผัก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
กินอาหารเจให้อร่อยและมีคุณต่อสุขภาพ 
ผู้ที่กินเจมีทั้งที่กินเป็นประจำและผู้ที่เริ่มสนใจมากินหรือผู้กินเจมือใหม่ ผู้ที่กินเจมานานมักจะรู้จักวิธีทำอาหารเจหลากหลาย ยิ่งถ้าสนใจจนมีความรู้ในการเลือกใช้อาหารโปรตีนจากพืชทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และรู้จักเลือกชนิดอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยแล้วจะกินอาหารเจได้อย่างอร่อยถูกใจไม่ทำลายสุขภาพ ตรงกันข้ามกลับให้คุณต่อสุขภาพด้วยซ้ำไป
สำหรับผู้กินเจมือใหม่หรือผู้ที่ยังสับสนเกี่ยวกับการเลือกกินอาหารเจให้อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ต้องกังวลหรือท้อใจ เพราะเพียงรู้ข้อห้ามของอาหารเจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><h2><span style="color: #ff0000;"><a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหารเจ</a> <a title="กินเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">กินเจ</a>อย่างมีความรู้ กินให้อร่อย แล้วมีคุณต่อสุขภาพ</span></h2>
<h4><span style="color: #008080;">การถือศีลกินเจ </span></h4>
<p>เมื่อถึงเดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี เราจะเห็นธงสีเหลืองปักอยู่ตามที่ขายอาหารเป็นทิวแถว บ่งบอกถึง<a title="เทศกาลถือศีลกินเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">เทศกาลถือศีลกินเจ</a>ได้เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงขึ้น 1 ค่ำถึงขึ้น 9 ค่ำ จะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารจากอาหารปกติเป็นอาหารเจ ซึ่งบางคนกินครบเก้าวัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความศรัทธา นอกจากกินเจแล้วบางคนยังรักษาศีลร่วมด้วย เราจึงได้ยินคำว่า<a title="ถือศีลกินเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">ถือศีลกินเจ</a>ถือเป็นการละบาปจากการกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์และพืชผักต้องห้าม ถ้ามีการรักษาศีลทำสมาธิให้จิตใจสงบร่วมด้วยแล้วจะทำให้มีความรู้สึกสุขใจ มีชีวิตที่มีความสุขด้วยบุญกุศล<span id="more-263"></span></p>
<h3><span style="color: #008080;">อาหารเจ</span></h3>
<p><span style="color: #000000;">อาหารเจเป็น<a title="อาหาร" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหาร</a>ที่ประกอบด้วยพืชผักล้วนๆ ปราศจากเนื้อสัตว์ทั้งส่วนที่ผสมอยู่ในเครื่องปรุงต่างๆอีกทั้งงดเว้นพืชผักที่มีกลิ่นรุนแรง 5 ประเภท ซึ่งถือว่าจะกระตุ้นจิตใจอารมณ์ให้หงุดหงิด เร่าร้อนและอวัยวะภายในร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ นอกจากนี้ยังงดเว้นอาหารรสจัด ทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัดและเปรี้ยวจัด</span></p>
<p>เนื่องจากมีการงดเว้นส่วนประกอบที่เป็นเนื้อสัตว์อาหารเจจึงอุดมไปด้วยพืชผักนานาชนิดซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุและใยอาหารอีกทั้งยังให้พลังงานน้อย ไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอลลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ ท้องผูก ริดสีดวงทวาร รวมทั้งมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่อาหารเจปรุงสำเร็จที่มีขายกันทั่วไปส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ทำง่ายๆ มีผักและน้ำมันพืชเป็นหลัก ประกอบอาหารด้วยวิธีการผัด ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่มีรสเค็ม รสชาติอาหารจะออกมาในรูปเค็มๆ มันๆ ซึ่งจะทำให้ได้พลังงานจากไขมันสูง แต่มักจะขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งมีน้อยในพืชผัก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย</p>
<h3><span style="color: #008080;">กินอาหารเจให้อร่อยและมีคุณต่อสุขภาพ </span></h3>
<p>ผู้ที่กินเจมีทั้งที่กินเป็นประจำและผู้ที่เริ่มสนใจมากินหรือผู้กินเจมือใหม่ ผู้ที่กินเจมานานมักจะรู้จักวิธีทำอาหารเจหลากหลาย ยิ่งถ้าสนใจจนมีความรู้ในการเลือกใช้อาหารโปรตีนจากพืชทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และรู้จักเลือกชนิดอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยแล้วจะกินอาหารเจได้อย่างอร่อยถูกใจไม่ทำลายสุขภาพ ตรงกันข้ามกลับให้คุณต่อสุขภาพด้วยซ้ำไป</p>
<p>สำหรับผู้กินเจมือใหม่หรือผู้ที่ยังสับสนเกี่ยวกับการเลือกกินอาหารเจให้อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ต้องกังวลหรือท้อใจ เพราะเพียงรู้ข้อห้ามของอาหารเจ รู้จักการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ ปริมาณเหมาะสมกับวัยและรู้จักการใช้โปรตีนจากพืชทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์เท่านี้ก็กินเจได้อย่างสบายใจ ยิ่งดีเสียอีก เนื่องจากอาหารเจจัดเป็นอาหารสุขภาพได้ง่าย เพราะมีพืชผักหลากหลาย ไม่มีคอเลสเตอรอลและกรดไขมันอิ่มตัวจากสัตว์</p>
<p>ในการกินอาหารเจควรเลือกเมนูที่มีอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชเป็นส่วนประกอบด้วย พืชที่ให้โปรตีนที่มีคุณภาพดีใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ คือถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ซึ่งให้กรดอะมิโนที่จำเป็นครบทุกชนิด เพียงแต่บางชนิดคือ เมไธโอนีน มีปริมาณน้อยกว่าเนื้อสัตว์เท่านั้น</p>
<p>ดังนั้นเพื่อให้พวกเรากินอาหารเจได้อย่างถูกต้อง ถูกใจ ไม่ซ้ำจำเจและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีสิ่งที่ควรพิจารณาดังนี้</p>
<p>1. งดเว้นอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบทุกชนิดรวมทั้งผักต้องห้ามและอาหารรสจัดจ้าน</p>
<p>2. เลือกวิธีการประกอบอาหารหลากหลายหมุนเวียนกันไม่ซ้ำจำเจ เ่่ช่น ต้ม ผัด ตู๋น ปิ้ง ย่าง ต้มยำ แกง ยำ พล่า และหลน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้อาหารมีหลายรสชาติ ทั้งเค็มเปรี้ยว หวาน และเผ็ด เพียงแต่ไม่ปรุงให้มีรสจัดจ้าน</p>
<p>3. เลือกเมนูอาหารที่มีโปรตีนจากพืชเป็นส่วนประกอบในอาหารแต่ละมื้อด้วย พืชผักส่วนใหญ่มีโปรตีนน้อย ในบรรดาพืชผักด้วยกัน พืชตระกูลถั่วในรูปของถั่วเมล็ดแห้ง จัดว่าให้โปรตีนมากที่สุดโดยเฉพาะถั่วเหลือง ซึ่งนอกจากจะให้โปรตีนที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์แล้ว ยังมีสารไฟโตเอสโตรเจนที่มีประโยชน์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจน ช่วยลดอาการที่ไม่พึงประสงค์ในบุคคลวัยทอง อีกทั้งถั่วเหลืองไม่มีคอเลสเตอรอล และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิดกรดไขมันจำเป็นคือไลโนเลอิก ซึ่งร่างกายสร้างไม่ได้แต่จำเป็นต้องนำไปใช้ประโยชน์</p>
<p>ในการนำถั่วเหืลองมาใช้ประกอบอาหารมักใช้ในรูปของผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง ได้แก่ เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ เต้าเจี้ยว โดยใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทเต้าหู้มากที่สุด เนื่องจากใช้ทำอาหารได้หลายลักษณะประกอบกับปัจจุบันมีผู้ผลิตเต้าหู้จำหน่ายหลากหลายรูปแบบ เอื้อในการนำมาใช้ประกอบอาหารให้อร่อยน่ารับประทานได้ง่าย</p>
<p>ผลิตภัณฑ์อีกชนิดหนึ่งที่นำมาประกอบอาหารเจ คือ หมี่กึง ที่ทำมาจากแป้งสาลีซึ่งมีไขมันต่ำ ให้โปรตีนที่มีคุณภาพรองลงมาจากพืชตระกูลถั่ว ปัจจุบันมีการพัฒนาหมี่กึงให้มีรูปลักษณ์ เนื้อสัมผัส และรสชาติเลียนแบบเนื้อสัตว์ นำมาประกอบอาหารได้สะดวก สามารถทำอาหารให้อร่อยน่ารับประทานได้หลากหลาย หลีกหนีความจำเจได้</p>
<p>4. ถึงแม้จะกินเจก็ยังคงต้องกินอาหารเพื่อรักษาภาวะโภชนาการของร่างกายให้ดีอยู่เสมอ โดยการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ คือ ข้าว-แป้ง ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ (แทนด้วย ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง ตามด้วยหมี่กึงและถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ) นม (แทนด้วยน้ำเต้าหู้+งาขาวหรืองาดำ) ใช้น้ำมันพืชเท่าที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงน้ำตาล</p>
<p>เมนูอาหารเจที่ ผศ.สุรางค์รัตน์ คัมภีรยส นำมาฝากในครั้งนี้มีทั้งอาหารว่างและกับข้าวรสชาติหลากหลาย คือก๋วยเตี๋ยวม้วน, ลาบเมล็ดธัญพืช, คะน้าปลาเค็ม, ต้มแซบ, หลนเต้าเจี้ยว</p>
<p>ขอขอบคุณที่มา &#8211; นิตรสารแม่บ้าน</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="อาหารเจ กินเจอย่างมีความรู้ กินให้อร่อย แล้วมีคุณต่อสุขภาพ" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินอาหารเจให้ถูกวิธี</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Apr 2012 09:23:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กินอาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=260</guid>
		<description><![CDATA[กินอาหารเจให้ถูกวิธี

อีกไม่กี่วันก็จะเห็นธงสามเหลี่ยมสีเหลืองปักอยู่ข้างร้านอาหารต่าง ๆ เต็มทั่วเมืองไปหมด เป็นสัญญาณให้รู้ว่า เทศกาลกินเจ ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในปีนี้ ใครที่ตั้งใจไว้ว่าจะ กินเจ มาเตรียมพร้อมการปรุงและการรับประทาน อาหารเจ ที่ถูกต้องกัน
อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่ทำมาจากสัตว์ทุกประเภท ที่สำคัญ อาหารเจ จะงดเว้นการปรุงด้วยผักฉุน 5 ประเภท นั่นคือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ เพราะผักเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ อีกทั้งยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญ ภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ ซึ่งผู้ที่กินเจมีความเชื่อว่า
กระเทียม รวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม จะไปทำลายการทำงานของหัวใจและกระทบกระเทือน ต่อธาตุไฟในกาย ถึงแม้ว่ากระเทียมจะมีสารที่สามารถละลายไขมันในเส้นเลือด (คอเลสเตอรอล) ได้ แต่กระเทียมก็มีความระคายเคืองสูง ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอาหารเป็นแผลและโรคตับ จึงไม่ควรรับประทานมาก
สำหรับ หัวหอม รวมไปถึงต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่ ตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์โบราณของจีนถือว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><h1><span style="color: #ff9900;"><strong>กิน<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหารเจ</a>ให้ถูกวิธี</strong></span></h1>
<p><img src="http://www.tlcthai.com/women/wp-content/uploads/old_wb/headline74831.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: left;">อีกไม่กี่วันก็จะเห็นธงสามเหลี่ยมสีเหลืองปักอยู่ข้างร้านอาหารต่าง ๆ เต็มทั่วเมืองไปหมด เป็นสัญญาณให้รู้ว่า <a title="เทศกาลกินเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">เทศกาลกินเจ</a> ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งแล้ว<strong> ในปีนี้ ใครที่ตั้งใจไว้ว่าจะ <a title="กินเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">กินเจ</a> มาเตรียมพร้อมการปรุงและการรับประทาน อาหารเจ ที่ถูกต้องกัน<span id="more-260"></span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหารเจ</a> เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่ทำมาจากสัตว์ทุกประเภท <strong>ที่สำคัญ <a title="อาหาร" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหาร</a>เจ จะงดเว้นการปรุงด้วยผักฉุน 5 ประเภท นั่นคือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ</strong> เพราะผักเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ อีกทั้งยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญ ภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ ซึ่งผู้ที่กินเจมีความเชื่อว่า</p>
<p style="text-align: left;"><strong>กระเทียม รวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม จะไปทำลายการทำงานของหัวใจและกระทบกระเทือน ต่อธาตุไฟในกาย</strong> ถึงแม้ว่ากระเทียมจะมีสารที่สามารถละลายไขมันในเส้นเลือด (คอเลสเตอรอล) ได้ แต่กระเทียมก็มีความระคายเคืองสูง ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอาหารเป็นแผลและโรคตับ จึงไม่ควรรับประทานมาก</p>
<p style="text-align: left;">สำหรับ หัวหอม รวมไปถึงต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่ ตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์โบราณของจีนถือว่า <strong>หัวหอมจะไปทำลายการทำงานของไต และกระทบกระเทือนต่อธาตุน้ำในกาย</strong> ถึงแม้ว่าหอมแดงจะช่วยขับพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดแน่น ปวดประจำเดือน และอาการบวมน้ำได้ แต่การบริโภคเป็นประจำหรือมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมง่าย ประสาทเสีย มีกลิ่นตัว ฟันเสีย เลือดน้อย และนัยน์ตาฝ้ามัว</p>
<p style="text-align: left;">มาที่ <strong>หลักเกียว คือ กระเทียมโทนจีน</strong> ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่มีขนาดเล็กและยาวกว่า ในประเทศ ไทยไม่พบว่ามีการปลูกแพร่หลาย  ซึ่ง <strong>หลักเกียวจะไปทำลายการ ทำงานของม้าม กระเทือนต่อธาตุดินในกาย</strong></p>
<p style="text-align: left;">ส่วน <strong>กุยช่าย ทำลายการทำงานของตับ และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุไม้</strong> ในกาย</p>
<p style="text-align: left;">สุดท้าย ใ<strong>บยาสูบ ซึ่งหมายถึง บุหรี่ ยาเส้น นั้น เป็นของเสพติดมึนเมา โดยใบยาสูบจะไปทำลายการทำงานของปอด และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุโลหะ</strong> ในกาย</p>
<p style="text-align: left;">นอกจากผักต้องห้ามทั้ง 5 แล้ว สำหรับผักอื่น ๆ รวมทั้งถั่วและผักผลไม้ จะ<strong>ต้องกินในแต่ละวันให้ครบ 5 สี ตามสีของธาตุทั้ง 5 คือ</strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong>สีแดง สัญลักษณ์ธาตุไฟ</strong> ให้คุณต่อหัวใจ ได้จาก ถั่วแดง มะเขือเทศ พริกสุก แครอท มะละกอ ส้ม แตงโม นอกจากนี้ธัญพืชประเภทข้าวโอ๊ต ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนเกิน เพื่อลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสขม เพราะจะเป็นอันตรายต่อระบบการไหลเวียนโลหิตได</p>
<p style="text-align: left;"><strong>สีดำ สัญลักษณ์ธาตุน้ำ ให้คุณต่อไต</strong> ได้จากถั่วดำ เผือก มะเขือม่วง เห็ดหูหนู ลูกหว้า องุ่น ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไต ก็คืออาหารรสเค็ม</p>
<p style="text-align: left;"><strong>สีเหลือง สัญลักษณ์ธาตุดิน</strong> ให้คุณต่อม้าม ได้จากถั่วเหลือง ฟัก ทอง ข้าวโพด พริกเหลือง มะม่วง กล้วย ทุเรียน ให้คุณประโยชน์ในการบำรุงม้ามอย่างมาก แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน</p>
<p style="text-align: left;"><strong>สีขาว สัญลักษณ์ธาตุโลหะ ให้คุณต่อปอด</strong> ได้จากถั่วขาว ลูกเดือย ผักกาดขาว กะหล่ำดอก มะพร้าว น้อยหน่า รับประทานแล้วให้คุณค่าต่อปอด และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเผ็ด</p>
<p style="text-align: left;"><strong>สีเขียว สัญลักษณ์ธาตุไม้ ให้คุณต่อตับ</strong> ได้จากถั่วเขียว คะน้า ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ฝรั่ง ชมพู่ มะเฟือง การรับประทานผักสีเขียวมาก ๆ มีประโยชน์ในการบำรุงตับ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว</p>
<p style="text-align: left;">บางวันอาจเปลี่ยนมาทานสาหร่ายทะเล มีทั้งสดและแห้งพร้อมกับใช้เกลือทะเลปรุงรสได้ รวมทั้งอาหารมีส่วนผสมของงาขาวและงาดำ ก็ได้ ผู้ที่ กินเจ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหมักดอง อาทิ ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ควรหันมารับประทานอาหาร สดที่ปรุงใหม่ ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า</p>
<p style="text-align: left;">สำหรับเครื่องดื่ม <strong>คน กินเจ ควรดื่มน้ำผลไม้สด ๆ ตามธรรมชาติ</strong> เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม เพราะน้ำผลไม้ดังกล่าวจะทำให้ร่างกายและผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่ง <strong>ควรงดน้ำหวานที่ปรุงแต่งรสและเจือสีสังเคราะห์ เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสิ่งปลอมปน</strong> นอกจากการดื่มน้ำผลไม้สด ๆ แล้ว ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้ว เป็นประจำ ทุกวันด้วย</p>
<p style="text-align: left;">การกินเจ นั้น ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 5 สี ตามธาตุทั้ง 5 โดยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน ไม่ควรเลือกทานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะจะทำให้ไม่ได้คุณค่าอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่สำคัญ คือ การเลือกทานผักผลไม้ในช่วงเทศกาลเจนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นของแพงหรือหายาก ควรเลือกทานผัก ผลไม้ ที่มีตามฤดูกาล</p>
<p><strong>กินเจ</strong> ไม่ใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่คนกินเจจะต้องดำรงตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาดงดงามทั้งกาย วาจา และ ใจ ถือศีลบำเพ็ญธรรมไปพร้อม ๆ กันด้วย จึงเรียกว่า <strong>กินเจ ที่แท้จริง</strong></p>
<p style="text-align: right;"><strong>ขอขอบคุณ เดลินิวส์</strong></p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="กินอาหารเจให้ถูกวิธี" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรรสาระอาหาร &#8220;เจ&#8221; ความหมายของคำว่า &#8220;เจ&#8221; 齋</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e9%bd%8b/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e9%bd%8b/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Apr 2012 09:17:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความหมายของคำว่าเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สรรสาระอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[齋]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=258</guid>
		<description><![CDATA[สรรสาระอาหารเจ


ความหมายของคำว่า &#8220;เจ&#8221; 齋
 คำว่า &#8220;เจ&#8221; (齋) ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า &#8220;อุโบสถ&#8221; คำว่า &#8220;กินเจ&#8221; ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยนั้นถืออุโบสถศีลหรือการรักษาศีล 8 โดยการไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว

แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธฝ่ายมหายาน การไม่กินเนื้อสัตว์มักนิยมเรียก &#8220;การไม่กินเนื้อสัตว์&#8221; ไปรวมกับคำว่า &#8220;กินเจ&#8221; ซึ่งเป็นการถือศีลไปด้วย ปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า &#8220;กินเจ&#8221; ความหมายก็คือ &#8220;คนกินเจ&#8221; ไม่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ ยังต้องดำรงอยู่ในศีลธรรมอันดี บริสุทธิ์ สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ เป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วยพร้อมกัน จึงจะเรียกว่า &#8220;กินเจที่จริง&#8221;
 
 
ฉะนั้น คำคล้องจองที่เราได้ยินอยู่เสมอ คือ &#8220;ถือศีลกินเจ&#8221; นับว่ามีความหมายสมบูรณ์ครบถ้วนอยู่ในตัวเองแล้ว ในช่วงเทศกาลกินเจเดือน 9 ตามร้านขายอาหารเจทั่วไป เรามักจะเห็นตัวอักษรภาษาจีน 齋 ซึ่งจะเขียนตัวอักษรด้วยสีแดงบนพื้นสีเหลือง อักษรคำนี้อ่านว่า &#8220;ไจ&#8221; แปลว่า &#8220;ไม่มีของคาว&#8221; จะปักอยู่ตามแผงขายอาหารเจเหล่านั้น
ชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งความสิริมงคลในชีวิต สีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล ผู้ตั้งใจบำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e9%bd%8b/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><h1><span style="color: #ff0000;"><strong>สรรสาระ<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com" target="_blank">อาหารเจ</a></strong></span></h1>
<div></div>
<div></div>
<div><span style="font-family: arial;"><strong><span style="color: #33ccff; font-size: 180%;">ความหมายของคำว่า &#8220;เจ&#8221; 齋</span></strong></p>
<p></span><a href="http://greenfood01.blogspot.com/"><span style="font-family: arial;"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5266281984693947986" style="margin: 0px 10px 10px 0px; width: 209px; height: 270px; float: left;" src="http://4.bp.blogspot.com/_IVd3xOaywhQ/SRWXkCi4zlI/AAAAAAAAACI/ShNXw0TOP2w/s320/Pics+%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86+%282%29.jpg" border="0" alt="" /></span></a><span style="font-family: arial;"> <span style="color: #000099;">คำว่า <strong>&#8220;เจ&#8221;</strong> (齋) ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า <strong>&#8220;อุโบสถ&#8221;</strong> คำว่า <strong>&#8220;กินเจ&#8221;</strong> ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยนั้นถืออุโบสถศีลหรือการรักษาศีล 8 โดยการไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว</span></p>
<p></span></div>
<div><span style="color: #000099;"><span style="font-family: arial;">แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธฝ่ายมหายาน การไม่กินเนื้อสัตว์มักนิยมเรียก <strong>&#8220;การไม่กินเนื้อสัตว์&#8221; </strong>ไปรวมกับคำว่า <strong>&#8220;กินเจ&#8221;</strong> ซึ่งเป็นการถือศีลไปด้วย ปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า <strong>&#8220;กินเจ&#8221;</strong> ความหมายก็คือ <strong>&#8220;คนกินเจ&#8221;</strong> ไม่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ ยังต้องดำรงอยู่ในศีลธรรมอันดี บริสุทธิ์ สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ เป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วยพร้อมกัน จึงจะเรียกว่า <strong>&#8220;กินเจที่จริง&#8221;</strong></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #000099; font-family: arial;"> </span></strong></div>
<div><span style="color: #000099; font-family: arial;"> </span></div>
<div><span style="color: #006600; font-family: arial;"><a href="http://greenfood01.blogspot.com/"><span style="font-family: arial;"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5266539304469911570" style="margin: 0px 0px 10px 10px; width: 97px; height: 91px; float: right;" src="http://4.bp.blogspot.com/_IVd3xOaywhQ/SRaBmBaP2BI/AAAAAAAAAI4/ZslF8jWuryg/s200/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88.jpg" border="0" alt="" /></span></a>ฉะนั้น คำคล้องจองที่เราได้ยินอยู่เสมอ คือ <strong>&#8220;ถือศีลกินเจ&#8221;</strong> นับว่ามีความหมายสมบูรณ์ครบถ้วนอยู่ในตัวเองแล้ว </span><span style="color: #006600;"><span style="font-family: arial;">ในช่วงเทศกาลกินเจเดือน 9 ตามร้านขายอาหารเจทั่วไป เรามักจะเห็นตัวอักษรภาษาจีน 齋 ซึ่งจะเขียนตัวอักษรด้วยสีแดงบนพื้นสีเหลือง อักษรคำนี้อ่านว่า <strong>&#8220;ไจ&#8221; </strong>แปลว่า <strong>&#8220;ไม่มีของคาว&#8221;</strong> จะปักอยู่ตามแผงขายอาหารเจเหล่านั้น</p>
<p></span></span><span style="color: #000099;"><a href="http://greenfood01.blogspot.com/"><strong><span style="color: #006600; font-family: arial;"><img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5266542834977563714" style="margin: 0px 10px 10px 0px; width: 152px; height: 200px; float: left;" src="http://2.bp.blogspot.com/_IVd3xOaywhQ/SRaEzhk3ZEI/AAAAAAAAAJI/70C0s2m8SAI/s200/Pics+%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86+%2833%29.jpg" border="0" alt="" /></span></strong></a><span style="font-family: arial;"><em><span style="color: #006600;">ชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งความสิริมงคลในชีวิต สีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล ผู้ตั้งใจบำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์ ตัวอักษรนี้ย่อมเป็นเครื่องเตือนสติให้ผู้ที่กินเจระลึกไว้เสมอว่า การไม่กินเนื้อสัตว์ คือการปฏิบัติธรรมรักษาศีลของความเป็นมนุษย์ เป็นการเจริญมหาเมตตากรุณาธรรมโดยแท้ อันจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่มวลมนุษย์และก่อให้เกิดสันติสุขแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง<br />
</span></em><br />
</span><span style="font-family: arial;"><span style="color: #cc0000;"><strong>วันทั้ง 7 อันควรงดเว้นเนื้อสัตว์</strong><br />
</span>ถึงแม้ยังมีผู้คนอยู่อีกจำนวนมาก ยังคงเข่นฆ่ากินเลือดกินเนื้อสัตว์อยู่ทุกวัน แต่อย่างน้อยที่สุดก็ควรหยุดคิดสักนิดให้เห็นถึงความสำคัญของวันทั้ง 7 ที่ควรงดเว้นเนื้อสัตว์ ดังนี้</span></span></div>
<div><span style="color: #000099;"><span style="font-family: arial;"><br />
<strong>1.วันเกิดของตนเอง</strong> วันที่เราได้มีชีวิตใหม่ไม่ควรทำลายชีวิตผู้อื่น สัตว์ทั้งหลายเมื่อถือกำเนิดมาต่างก็อยากมีชีวิตอยู่ยืนยาว จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่ไปฆ่าผู้อื่น กินเลือดกินเนื้อเขาเพื่อฉลองวันที่เราเกิดมา มนุษย์พากันฉลองวันเกิดด้วยชีวิตเลือดเนื้อของสัตว์ เป็นการตัดทอนอายุขัยของผู้อื่นให้สั้นลง แล้วจะหวังให้ตนเองมีอายุยืนยาวได้อย่างไร? </span></span></div>
<p><span style="color: #000099;"></p>
<div>
<span style="font-family: arial;"><strong>2.วันเกิดของลูกหลาน</strong> วันที่ชีวิตใหม่ถือกำเนิด ผู้เป็นพ่อแม่ต่างชื่นชมยินดีเป็นที่สุด ลูกของเรารักดังแก้วตาดวงใจ สัตว์ทุกตัวรักลูกของตนเช่นเดียวกับมนุษย์ เวลามีลูกอ่อนจะไม่ให้ใครเข้าใกล้ เฝ้าระแวดระวังภัยไม่ยอมหลับนอน พ่อแม่ทั้งหลาย เมื่อถึงวันเกิดลูกเลี้ยงฉลองให้ลูกด้วยชีวิตเลือดเนื้อของสัตว์แล้วจะหวังให้ลูกตนมีอายุยืนได้อย่างไร? สัตว์โลกทั้งหลายล้วนมีกรรมเป็นของตน ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่มนุษย์เรา </span></div>
<div>
<span style="font-family: arial;"><strong>3.วันแต่งงาน</strong> เป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่งในชั่วชีวิตหนึ่ง คือ วันเริ่มต้นครองชีวิตคู่ ได้อยู่ร่วมกันกับคนที่เรารัก ทุกคนเมื่อแต่งงานแล้วก็อยากมีชีวิตรักที่ยั่งยืน อยู่ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า สัตว์ก็มีชีวิตคู่ รู้จักรักและหวงแหนคู่ชีวิตของเขาเช่นกัน ในงานเลี้ยงฉลองวันแต่งงานเราจึงไม่ควรพรากคู่ชีวิตของผู้อื่นเขามาเลี้ยงฉลองในงานมงคลของเรา </span></div>
<div>
<span style="font-family: arial;"><strong>4.วันเลี้ยงเพื่อนฝูงญาติมิตร</strong> การได้อยู่ร่วมชุมนุมกัน พบเจอกันอีก ช่างเป็นเรื่องที่น่าปีติยินดียิ่งนัก บรรยากาศมีแต่ความรื่นเริงสนุกสนาน โอกาสที่น่ายินดีเช่นนี้ ไม่ควรใช้ชีวิตเลือดเนื้อผู้อื่นมาเลี้ยงฉลองความดีใจ สัตว์ทุกตัวต่างก็มีพ่อมีแม่ พี่น้องเพื่อนฝูงต่างก็ห่วงใยเฝ้ารอคอยการกลับมาพบเจอกันอีกเช่นเดียวกัน </span></div>
<div>
<span style="font-family: arial;"><strong>5.วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ</strong> มีคำกล่าวว่า <em><span style="color: #3366ff;"><strong>&#8220;1 วันพ่อแม่เลี้ยงดูเรา 100 ปี ปรนนิบัติท่านทดแทนคุณ&#8221;</strong></span></em> ยามที่ท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ควรกตัญญูรู้คุณ เมื่อท่านจากไปแล้ว ในวันกราบไหว้บรรพบุรุษเพื่อแสดงความกตัญญู ไม่ควรทำให้ชีวิตผู้อื่นล้มตาย บรรพบุรุษของเราย่อมไม่ยินดีเป็นแน่ </span></div>
<div>
<span style="font-family: arial;"><strong>6.วันทำบุญสร้างกุศล</strong> ในงานทำบุญสร้างกุศลทุกงาน ไม่ว่าจะขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการร้านค้า ไม่ควรเลี้ยงแขกเหรื่อ เพื่อนฝูงด้วยชีวิตและความตายของสัตว์ หากทำเช่นนั้นจะหวังความเจริญรุ่งเรือง และความสงบสุขในชีวิตได้อย่างไร? </span></div>
<div>
<span style="font-family: arial;"><strong>7.วันขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์</strong> สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ในสากลโลก ไม่เคยทอดทิ้งคนดี ฉะนั้นในโอกาสที่ไปกราบสักการะต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ควรชำระปากให้สะอาดด้วยการกินเจ เว้นจากการกินเนื้อสัตว์ กระทำตนให้สะอาดบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจาและใจ เมื่อนั้นจึงจะบังเกิดความสุข ความเจริญ เป็นสิริมงคลแก่ตัวเองโดยมิต้องร้องขอในสิ่งใดๆ เลย.</span></div>
<p></span></p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="สรรสาระอาหาร "เจ" ความหมายของคำว่า "เจ" 齋" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e9%bd%8b/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88-%e9%bd%8b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณค่าของงาขาวและงาดำ ธัญพืชสำหรับอาหารเจ</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Nov 2011 22:36:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณค่าของงาขาว]]></category>
		<category><![CDATA[คุณค่าของงาดำ]]></category>
		<category><![CDATA[งาขาว]]></category>
		<category><![CDATA[งาดำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=256</guid>
		<description><![CDATA[คุณค่าของงาขาวและงาดำ ธัญพืชสำหรับอาหารเจ
แน่นอนว่า ในการปรุงอาหารเจนั้น การปรุงอาหารเจ จะปราศจากส่วนผสมของ เนื้อสัตว์ อย่างสิ้นเชิง โดยอาหารเจ จะปรุงจากธัญพืชล้วนๆ ดังนั้นเพื่อให้รู้ว่า พืชในแต่ละชนิดนั้น ให้คุณค่า ทางโภชนาการอย่างไร เราจะได้ทำการเลือกซื้อ มาปรุงเป็นอาหารเจ ได้โดย ได้รับสารอาหาร อย่างครบถ้วน ตามโภชนาการ ทางผู้เขียน จึงได้รวบรวมข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับคุณค่าธัญพืช ของอาหารเจขึ้น

คุณค่าของงาขาวและงาดำ ธัญพืชสำหรับอาหารเจ
งาขาวและ งาดำ เป็นธัญพืช ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย คุณค่าโภชนาการ ทางอาหารมากมาย อาทิเช่น อุดมไปด้วยโปรตีน และกรดอะมิโน ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็น กรดไขมันไลโนเลอิก อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วย วิตามินบีรวมเกือบครบทุกชนิด ยกเว้นเพียง วิตามินบี 12 เท่านั้นที่ไม่มีในงาขาวและงาดำ ส่วนวิตามินบีตัวอื่นๆ มีอยู่อย่างครบถ้วน
จากการศึกษาวิจัยพบว่า ในงาขาวและ งาดำ ยังมีคุณค่าของสารอาหาร แคลเซียมสูงกว่า นมวัวมากถึง 6 เท่า นอกจากนี้งาขาวและงาดำ ยังมีสารเซซามิโอ  (Sesameo) วิตามินอี และฟอสฟอรัส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><p><strong>คุณค่าของงาขาวและงาดำ ธัญพืชสำหรับ<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหารเจ</a></strong></p>
<p>แน่นอนว่า ในการปรุงอาหารเจนั้น การปรุงอาหารเจ จะปราศจากส่วนผสมของ เนื้อสัตว์ อย่างสิ้นเชิง โดยอาหารเจ จะปรุงจากธัญพืชล้วนๆ ดังนั้นเพื่อให้รู้ว่า พืชในแต่ละชนิดนั้น ให้คุณค่า ทางโภชนาการอย่างไร เราจะได้ทำการเลือกซื้อ มาปรุงเป็นอาหารเจ ได้โดย ได้รับสารอาหาร อย่างครบถ้วน ตามโภชนาการ ทางผู้เขียน จึงได้รวบรวมข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับคุณค่าธัญพืช ของอาหารเจขึ้น</p>
<p><span id="more-256"></span><br />
คุณค่าของงาขาวและงาดำ ธัญพืชสำหรับอาหารเจ</p>
<p>งาขาวและ งาดำ เป็นธัญพืช ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย คุณค่าโภชนาการ ทางอาหารมากมาย อาทิเช่น อุดมไปด้วยโปรตีน และกรดอะมิโน ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็น กรดไขมันไลโนเลอิก อีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วย วิตามินบีรวมเกือบครบทุกชนิด ยกเว้นเพียง วิตามินบี 12 เท่านั้นที่ไม่มีในงาขาวและงาดำ ส่วนวิตามินบีตัวอื่นๆ มีอยู่อย่างครบถ้วน</p>
<p>จากการศึกษาวิจัยพบว่า ในงาขาวและ งาดำ ยังมีคุณค่าของสารอาหาร แคลเซียมสูงกว่า นมวัวมากถึง 6 เท่า นอกจากนี้งาขาวและงาดำ ยังมีสารเซซามิโอ  (Sesameo) วิตามินอี และฟอสฟอรัส อีกด้วย</p>
<p>ประโยชน์ของงาขาวและงาดำ</p>
<p>•งาขาวและงาดำช่วยบำรุงประสาท<br />
•งาขาวและงาดำช่วยป้องกันการเป็นโรคเหน็บชา<br />
•งาขาวและงาดำ ช่วยในการชะลอความชราได้เป็นอย่างดี<br />
•งาขาวและงาดำช่วยบำรุงเส้นผม ป้องกันผมหงอกก่อนวัยอันควร<br />
•งาขาวและงาดำช่วยบำรุงสมอง</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="คุณค่าของงาขาวและงาดำ ธัญพืชสำหรับอาหารเจ" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b3-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณค่าของข้าวกล้อง (ซ้อมมือ) ธัญพืชสำหรับอาหารเจ</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Nov 2011 22:32:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวกล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวซ้อมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวธัญพืช]]></category>
		<category><![CDATA[คุณค่าของข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธัญพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=253</guid>
		<description><![CDATA[คุณค่าของข้าวกล้อง (ซ้อมมือ) ธัญพืชสำหรับอาหารเจ
ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ นับได้ว่าเป็น แหล่งของสารอาหาร คาร์โบไฮเดรต ที่ดีที่สุด เนื่องจาก ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ จะใช้เพียงแค่การกะเทาะ เอาเปลือกข้าวออกเท่านั้น จึงทำให้สารอาหาร ที่เคลือบอยู่ในเมล็ดข้าว มีอยู่อย่างสมบูรณ์ และให้คุณค่าทางโภชนาการ มากกว่าข้าวที่ขัด จนมีเมล็ดสีขาวสวย นั่นเอง

จากการศึกษาวิจัยพบว่า ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ เป็นแหล่งพลังงาน ที่มีประโยชน์ดีพร้อม เพราะในข้าวกล้อง จะมีสารคาร์โบไฮเดรต เชิงเดี่ยว ที่ร่างกายค่อยๆ ย่อยสลาย ที่ทำให้ร่างกายของเรา สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดี ด้วยเหตุนี้ ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ จึงมีความเหมาะสม กับคนไข้ที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ข้าวกล้อง ให้พลังงานที่ต่ำ และจะช่วย ในการควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน นั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีผลของงานวิจัยเผยว่า ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีความแตกต่างจาก ข้าวทั่วไป คือการดูดซึมของน้ำตาลในเลือด หากรับประทานข้าวกล้อง การดูดซึมของน้ำตาล จะมีน้อยกว่า การรับประทานข้าวทั่วไป ซึ่งทำให้สามารถควบคุมโรคอ้วนได้ ในข้าวกล้อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><p><strong>คุณค่าของข้าวกล้อง (ซ้อมมือ) ธัญพืชสำหรับ<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com" target="_blank">อาหารเจ</a></strong></p>
<p>ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ นับได้ว่าเป็น แหล่งของสารอาหาร คาร์โบไฮเดรต ที่ดีที่สุด เนื่องจาก ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ จะใช้เพียงแค่การกะเทาะ เอาเปลือกข้าวออกเท่านั้น จึงทำให้สารอาหาร ที่เคลือบอยู่ในเมล็ดข้าว มีอยู่อย่างสมบูรณ์ และให้คุณค่าทางโภชนาการ มากกว่าข้าวที่ขัด จนมีเมล็ดสีขาวสวย นั่นเอง</p>
<p><span id="more-253"></span><br />
จากการศึกษาวิจัยพบว่า ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ เป็นแหล่งพลังงาน ที่มีประโยชน์ดีพร้อม เพราะในข้าวกล้อง จะมีสารคาร์โบไฮเดรต เชิงเดี่ยว ที่ร่างกายค่อยๆ ย่อยสลาย ที่ทำให้ร่างกายของเรา สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดี ด้วยเหตุนี้ ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ จึงมีความเหมาะสม กับคนไข้ที่ป่วยเป็น โรคเบาหวานเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ข้าวกล้อง ให้พลังงานที่ต่ำ และจะช่วย ในการควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน นั่นเอง</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีผลของงานวิจัยเผยว่า ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีความแตกต่างจาก ข้าวทั่วไป คือการดูดซึมของน้ำตาลในเลือด หากรับประทานข้าวกล้อง การดูดซึมของน้ำตาล จะมีน้อยกว่า การรับประทานข้าวทั่วไป ซึ่งทำให้สามารถควบคุมโรคอ้วนได้ ในข้าวกล้อง ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินอี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และแมกนีเซียม อีกทั้งในข้าวกล้องยังมีสารกาบา (GABA) ที่มีส่วนช่วยในการบำรุง เซลล์ประสาท ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและไม่เครียด ที่สำคัญข้าวกล้อง ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และโรคเบาหวานได้ดีอีกด้วย</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="คุณค่าของข้าวกล้อง (ซ้อมมือ) ธัญพืชสำหรับอาหารเจ" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถั่วเหลือง คุณค่าของธัญพืช สำหรับอาหารเจ</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Nov 2011 22:26:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วเหลือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=250</guid>
		<description><![CDATA[ถั่วเหลือง คุณค่าของธัญพืช สำหรับอาหารเจ
เป็นที่รู้กันดีว่าการกินเจนั้น เป็นการไม่รับประทานอาหาร ที่ปรุงมาจากเนื้อสัตว์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ที่รับประทานอาหารเจ ก็ยังได้ คุณค่าทางโภชนาการ อย่างครบถ้วน จากธัญพืชต่างๆ  ที่รับประทาน เข้าไป อาทิเช่น ถั่วเหลืองที่เป็น แหล่งของโปรตีน งาขาวและงาดำ เป็นแหล่งของ กรดไขมันที่จำเป็น ข้าวกล้อง เป็นแหล่งพลังงาน เป็นต้น

แหล่งโปรตีนที่ได้จาก ถั่วเหลือง สำหรับอาหารเจ : ถั่วเหลือง นับเป็นอาหารเจอีกชนิดหนึ่ง ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย แหล่งคุณค่า ทางโปรตีน คุณภาพสูง ที่ช่วยในการเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ ของร่างกายให้มีความสมบูรณ์ เป็นปรกติ
จากการศึกษาพบว่า ถั่วเหลือง ยังมีความสามารถ ในการป้องกัน การเป็นโรคหัวใจ ป้องกันการเป็นโรคมะเร็งได้ เนื่องจาก สารอาหารในถั่วเหลือง สามารถที่จะลดระดับ โคเลสเตอรอล ในร่างกายได้ และโปรตีนที่ได้จาก การรับประทานถั่วเหลือง ยังลดการขับแคลเซียม ออกจาก ร่างกายได้น้อยกว่า โปรตีนที่ได้จากการรับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งลดการเป็น โรคกระดูกเปราะ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ถั่วเหลือง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><p><strong>ถั่วเหลือง คุณค่าของธัญพืช สำหรับ<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหารเจ</a></strong></p>
<p>เป็นที่รู้กันดีว่าการกินเจนั้น เป็นการไม่รับประทานอาหาร ที่ปรุงมาจากเนื้อสัตว์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ที่รับประทานอาหารเจ ก็ยังได้ คุณค่าทางโภชนาการ อย่างครบถ้วน จากธัญพืชต่างๆ  ที่รับประทาน เข้าไป อาทิเช่น ถั่วเหลืองที่เป็น แหล่งของโปรตีน งาขาวและงาดำ เป็นแหล่งของ กรดไขมันที่จำเป็น ข้าวกล้อง เป็นแหล่งพลังงาน เป็นต้น</p>
<p><span id="more-250"></span><br />
แหล่งโปรตีนที่ได้จาก ถั่วเหลือง สำหรับอาหารเจ : ถั่วเหลือง นับเป็นอาหารเจอีกชนิดหนึ่ง ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย แหล่งคุณค่า ทางโปรตีน คุณภาพสูง ที่ช่วยในการเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ ของร่างกายให้มีความสมบูรณ์ เป็นปรกติ</p>
<p>จากการศึกษาพบว่า ถั่วเหลือง ยังมีความสามารถ ในการป้องกัน การเป็นโรคหัวใจ ป้องกันการเป็นโรคมะเร็งได้ เนื่องจาก สารอาหารในถั่วเหลือง สามารถที่จะลดระดับ โคเลสเตอรอล ในร่างกายได้ และโปรตีนที่ได้จาก การรับประทานถั่วเหลือง ยังลดการขับแคลเซียม ออกจาก ร่างกายได้น้อยกว่า โปรตีนที่ได้จากการรับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งลดการเป็น โรคกระดูกเปราะ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ถั่วเหลือง ยังมีกรดอะมิโน ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย และยังมี กรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกาย ไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ที่มีประโยชน์ใน การลดโคเลสเตอรอล ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว และต่อต้าน การเกิดของเซลล์มะเร็ง ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>นอกจากนี้ นมถั่วเหลือง ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วย แหล่งคุณค่าทาง โภชนาการ ทั้งวิตามิน และแร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อชีวิต ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไนอะชิน เลซิติน เป็นต้น</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="ถั่วเหลือง คุณค่าของธัญพืช สำหรับอาหารเจ" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติความเป็นมาของ การกินอาหารเจ</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Nov 2011 22:23:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การกินอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[กินอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติการกินอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติการกินเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=248</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติความเป็นมาของ การกินอาหารเจ
ประวัติความเป็นมาของ การรับประทาน อาหารเจเพื่อสุขภาพ เริ่มต้นมาจาก ความเชื่อของชาวจีน ที่มีความเชื่อว่า การถือศีล ทำบุญทำทาน โดยการไม่เบียนเบียน ทำร้ายสัตว์ ซึ่งถือเป็นสิ่งมีชีวิต เหมือนกับ มนุษย์ รวมทั้งการไม่รับประทานอาหาร ที่มีการปรุงมาจาก เนื้อสัตว์ ต่างๆ นั้น ถือว่าเป็นการชำระทั้งร่างกาย และจิตใจให้บริสุทธิ์ ทัศนะของคนที่กินเจ มีความเชื่อกันว่า “การกินเป็นการทำให้ชีวิต ของผู้อื่นต้องเดือดร้อน ล้มตายเป็นจำนวนมาก” ด้วยเหตุนี้ การกินเจจึงต้องตั้งอยู่ในหลักธรรม 2 ประการได้แก่

•การดำรงชีวิตความเป็นอยู่ด้วยการ รับประทานอาหารที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น คือการไม่เอาชีวิตสัตว์ทั้งหลายมาบำรุงเลี้ยงชีวิตตนเอง
•การดำรงชีวิตความเป็นอยู่ด้วยการ รับประทานอาหารที่ไม่เบียดเบียนตนเอง คือกินแต่อาหารพืชผัก ก็เพียงพอแล้วสำหรับการมีชีวิตอยู่ได้
จากความเชื่อ ของชาวจีน ทำให้ผู้คนสนใจ ในการรับประทาน อาหารเจเพื่อสุขภาพ กันมากขึ้น จนเกิดเป็นเทศการกินเจ ที่เริ่มต้นเทศการกินเจ ตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกๆปี  ตามปฏิทินจีน ซึ่งเป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋า จะเป็นเทศการกินเจ หรือการไม่รับประทานอาหาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><p><strong>ประวัติความเป็นมาของ การกิน<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหารเจ</a></strong></p>
<p>ประวัติความเป็นมาของ การรับประทาน อาหารเจเพื่อสุขภาพ เริ่มต้นมาจาก ความเชื่อของชาวจีน ที่มีความเชื่อว่า การถือศีล ทำบุญทำทาน โดยการไม่เบียนเบียน ทำร้ายสัตว์ ซึ่งถือเป็นสิ่งมีชีวิต เหมือนกับ มนุษย์ รวมทั้งการไม่รับประทานอาหาร ที่มีการปรุงมาจาก เนื้อสัตว์ ต่างๆ นั้น ถือว่าเป็นการชำระทั้งร่างกาย และจิตใจให้บริสุทธิ์ ทัศนะของคนที่กินเจ มีความเชื่อกันว่า “การกินเป็นการทำให้ชีวิต ของผู้อื่นต้องเดือดร้อน ล้มตายเป็นจำนวนมาก” ด้วยเหตุนี้ การกินเจจึงต้องตั้งอยู่ในหลักธรรม 2 ประการได้แก่</p>
<p><span id="more-248"></span><br />
•การดำรงชีวิตความเป็นอยู่ด้วยการ รับประทานอาหารที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น คือการไม่เอาชีวิตสัตว์ทั้งหลายมาบำรุงเลี้ยงชีวิตตนเอง<br />
•การดำรงชีวิตความเป็นอยู่ด้วยการ รับประทานอาหารที่ไม่เบียดเบียนตนเอง คือกินแต่อาหารพืชผัก ก็เพียงพอแล้วสำหรับการมีชีวิตอยู่ได้</p>
<p>จากความเชื่อ ของชาวจีน ทำให้ผู้คนสนใจ ในการรับประทาน อาหารเจเพื่อสุขภาพ กันมากขึ้น จนเกิดเป็นเทศการกินเจ ที่เริ่มต้นเทศการกินเจ ตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกๆปี  ตามปฏิทินจีน ซึ่งเป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋า จะเป็นเทศการกินเจ หรือการไม่รับประทานอาหาร ที่มีการปรุงด้วยเนื้อสัตว์ และต้องเป็นอาหารที่ปรุงมาจากพืชผักผลไม้ล้วนๆ ที่สำคัญ ต้องไม่มี ส่วนผสมของเครื่องเทศ 5 อย่าง ซึ่งได้แก่ หัวหอม กระเทียม กุ้ยฉ่าย หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน)  และใบยาสูบ ภายในช่วงเวลา 9-10 วัน โดยในระหว่างนี้ ผู้ปฏิบัติหรือผู้ที่ รับประทาน อาหารเจเพื่อสุขภาพ นิยมทำบุญทำทาน ถือศีล ไปด้วย เพื่อเป็นการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ และไม่เบียดเบียนสัตว์ อีกด้วย</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="ประวัติความเป็นมาของ การกินอาหารเจ" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยำวุ้นเส้นเจ</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Nov 2011 22:06:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ เมนูอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยำวุ้นเส้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=241</guid>
		<description><![CDATA[ยำวุ้นเส้นเจ
สูตรอาหารเจ : ยำวุ้นเส้น

วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลกินเจแล้วนะคะ เราลองไปทำยำวุ้นเส้นเจ อร่อยง่ายๆ แบบไม่อ้วนกันดูดีกว่า
ส่วนผสม
1.เห็ดเป๋าฮื้อ 1 ถ้วย
2.เห็ดฟาง 1/2 ถ้วย
3.เห็ดหูหนู 1/2 ถ้วย
4.วุ้นเส้นแช่น้ำตัดแล้ว 1 ถ้วย
5.พริกขี้หนูสด 5 เม็ด
6.พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด
7.คื่นช่าย 2 ต้น
8.เต้าหู้ขาว 2 ก้อน
9.ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
10.มะนาว 6–7 ผล
11.น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
12.มะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
13.ผักกาดหอม
14.ใบสาระแหน่
15.พริกแห้งเม็ดใหญ่

วิธีทำ
1.ลวกวุ้นเส้นพอนิ่มแล้วตัดเป็นท่อน
2.ฉีกเห็ดเป๋าฮื้อเป็นฝอย ลวกน้ำร้อนให้สุกแล้วหั่นเห็ดหูหนูหนาๆ ลวกน้ำร้อนให้สุก ฝานเห็ดฟางเป็นชิ้นๆ ตั้งรวนไฟเหยาะเกลือนิดหน่อย
3.ตัดคึ่นช่ายเป็นท่อนๆ
4.เอาน้ำมะขามเปียกน้ำตาลปี๊บ และซีอิ้วผสมรวมกันตั้งไฟให้เดือดชิมดูให้ได้ 3 รส
5.ยีเต้าหู้ขาวให้ละเอียด ตั้งรวนบนไฟจนเหลืองนวล
6.โขลกพริกขี้หนู เอาพริกแห้งที่แกะเม็ดและไส้ทิ้งทอดรวมกับพริกขี้หนูจนกรอบ โขลกให้ละเอียด
7.เมื่อเตรียมได้ทั้งหมดแล้ว ก็นำเอาเห็ดทั้งหมดคลุกในวุ้นเส้นพร้อมด้วยพริกขี้หนู พริกแห้ง และใส่น้ำสามรส มะนาว ชิมรสตามชอบใจ แล้วใส่ใบคึ่นช่าย จากนั้นใส่ภาชนะที่รองด้วยผักกาดหอม โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><p><strong>ยำวุ้นเส้นเจ</strong></p>
<p>สูตร<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com" target="_blank">อาหารเจ</a> : ยำวุ้นเส้น</p>
<p><a rel="attachment wp-att-242" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/c2_d3_c7_d8_e9_b9_e0_ca_e9_b9_e0_a8_small/"><img class="aligncenter size-full wp-image-242" src="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/files/2011/11/C2_D3_C7_D8_E9_B9_E0_CA_E9_B9_E0_A8_small.jpg" alt="ยำวุ้นเส้นเจ" width="251" height="188" /></a></p>
<p>วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลกินเจแล้วนะคะ เราลองไปทำยำวุ้นเส้นเจ อร่อยง่ายๆ แบบไม่อ้วนกันดูดีกว่า</p>
<p>ส่วนผสม</p>
<p>1.เห็ดเป๋าฮื้อ 1 ถ้วย<br />
2.เห็ดฟาง 1/2 ถ้วย<br />
3.เห็ดหูหนู 1/2 ถ้วย<br />
4.วุ้นเส้นแช่น้ำตัดแล้ว 1 ถ้วย<br />
5.พริกขี้หนูสด 5 เม็ด<br />
6.พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด<br />
7.คื่นช่าย 2 ต้น<br />
8.เต้าหู้ขาว 2 ก้อน<br />
9.ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ<br />
10.มะนาว 6–7 ผล<br />
11.น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ<br />
12.มะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ<br />
13.ผักกาดหอม<br />
14.ใบสาระแหน่<br />
15.พริกแห้งเม็ดใหญ่</p>
<p><span id="more-241"></span></p>
<p>วิธีทำ</p>
<p>1.ลวกวุ้นเส้นพอนิ่มแล้วตัดเป็นท่อน<br />
2.ฉีกเห็ดเป๋าฮื้อเป็นฝอย ลวกน้ำร้อนให้สุกแล้วหั่นเห็ดหูหนูหนาๆ ลวกน้ำร้อนให้สุก ฝานเห็ดฟางเป็นชิ้นๆ ตั้งรวนไฟเหยาะเกลือนิดหน่อย<br />
3.ตัดคึ่นช่ายเป็นท่อนๆ<br />
4.เอาน้ำมะขามเปียกน้ำตาลปี๊บ และซีอิ้วผสมรวมกันตั้งไฟให้เดือดชิมดูให้ได้ 3 รส<br />
5.ยีเต้าหู้ขาวให้ละเอียด ตั้งรวนบนไฟจนเหลืองนวล<br />
6.โขลกพริกขี้หนู เอาพริกแห้งที่แกะเม็ดและไส้ทิ้งทอดรวมกับพริกขี้หนูจนกรอบ โขลกให้ละเอียด<br />
7.เมื่อเตรียมได้ทั้งหมดแล้ว ก็นำเอาเห็ดทั้งหมดคลุกในวุ้นเส้นพร้อมด้วยพริกขี้หนู พริกแห้ง และใส่น้ำสามรส มะนาว ชิมรสตามชอบใจ แล้วใส่ใบคึ่นช่าย จากนั้นใส่ภาชนะที่รองด้วยผักกาดหอม โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="ยำวุ้นเส้นเจ" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชาวไทย ใกล้เขาพระวิหาร แห่ซื้ออาหารเจ คึกคัก ในวันแรกของเทศกาล</title>
		<link>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Oct 2011 06:04:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความอาหาร-สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เขาพระวิหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/?p=238</guid>
		<description><![CDATA[ชาวไทย ใกล้เขาพระวิหาร แห่ซื้ออาหารเจ คึกคัก ในวันแรกของเทศกาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณร้านจำหน่ายอาหารเจ ริมถนนเขาพระวิหาร ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งใกล้กับ เขาพระวิหาร ปรากฏว่า ได้มีบรรดาประชาชนชาว อ.กันทรลักษ์ พากันแห่ไปหาซื้ออาหารเจกันอย่างคึกคักมาก ซึ่งอาหารที่บรรดาแม่ค้า นำเอามาจำหน่ายจะทำเหมือนกับอาหารปกติทุกอย่าง เช่น ลาบ ผัดเต้าหู้ แกงขี้เหล็ก เต้าหู้ทอด เป็นต้น ซึ่งบรรดาผู้ที่ชื่นชอบอาหารเจ พากันเลือกอาหารที่ตนชอบ แล้วนำเอาไปรับประทานที่บ้าน ซึ่งผู้ที่มาหาซื้ออาหารเจรับประทาน ส่วนมากแล้วจะเป็นข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ทั่วๆ ไป
ด้าน นางสาวสมลักษณ์ ทองอินทร์ อายุ 35 ปี อาชีพรับราชการครู กล่าวว่า ชอบทานอาหารเจมานานแล้ว และเริ่มที่จะรับประทานอย่างจริงจัง เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจาก ตนเห็นว่า เมื่อรับประทานอาหารเจแล้ว จะทำให้รู้สึกว่า มีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม และเป็นการทำให้อวัยวะภายในร่างกาย ได้พักผ่อนด้วย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='wpfblike' style='height: 100px;'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/&amp;layout=default&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=true' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:450px;'></iframe></div><p>ชาวไทย ใกล้เขาพระวิหาร แห่ซื้ออาหารเจ คึกคัก ในวันแรกของเทศกาล</p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณร้านจำหน่าย<a title="อาหารเจ" href="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/" target="_blank">อาหารเจ</a> ริมถนนเขาพระวิหาร ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งใกล้กับ เขาพระวิหาร ปรากฏว่า ได้มีบรรดาประชาชนชาว อ.กันทรลักษ์ พากันแห่ไปหาซื้ออาหารเจกันอย่างคึกคักมาก ซึ่งอาหารที่บรรดาแม่ค้า นำเอามาจำหน่ายจะทำเหมือนกับอาหารปกติทุกอย่าง เช่น ลาบ ผัดเต้าหู้ แกงขี้เหล็ก เต้าหู้ทอด เป็นต้น ซึ่งบรรดาผู้ที่ชื่นชอบอาหารเจ พากันเลือกอาหารที่ตนชอบ แล้วนำเอาไปรับประทานที่บ้าน ซึ่งผู้ที่มาหาซื้ออาหารเจรับประทาน ส่วนมากแล้วจะเป็นข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ทั่วๆ ไป<span id="more-238"></span><br />
ด้าน นางสาวสมลักษณ์ ทองอินทร์ อายุ 35 ปี อาชีพรับราชการครู กล่าวว่า ชอบทานอาหารเจมานานแล้ว และเริ่มที่จะรับประทานอย่างจริงจัง เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจาก ตนเห็นว่า เมื่อรับประทานอาหารเจแล้ว จะทำให้รู้สึกว่า มีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม และเป็นการทำให้อวัยวะภายในร่างกาย ได้พักผ่อนด้วย</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="ชาวไทย ใกล้เขาพระวิหาร แห่ซื้ออาหารเจ คึกคัก ในวันแรกของเทศกาล" url="http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/"></script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--82c7cxahzb3h.sabuyblog.com/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%84%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

